About Joomla!

(27) มุ่งสู่นครเวียงจันทน์

ภายหลังจากที่ได้ไปกราบนมัสการรอยพระบาทบ้านโพนแพงแล้ว หลวงปู่ก็ได้พาข้ามไปทางฝั่งลาว เพื่อนมัสการรอยพระบาทบ้านโพนสันอีกครั้งหนึ่ง ที่ บ้านโพนสันนี้มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อยู่องค์หนึ่ง หลวงปู่จึงได้ลองยกเพื่อเสี่ยงทายว่า ..

คณะของท่านทั้งหมดจะเดินทางไป ถึงนครเวียงจันทน์หรือไม เมื่อไปถึงแล้วจะมีอุปสรรคอย่างใดหรือไม่.. แล้วหลวงปู่ก็ได้ลองยกองค์พระปรากฏว่ายกขึ้นได้เพียงคืบเดียวก็กลับหนัก และยกไม่ขึ้นอีกเลย จะลองยกอีกเท่าไรก็ยกไม่ขึ้น ซึ่งเป็นเรี่องแปลกมาก


ต่อจากนั้นหลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย ก็ได้พาหมู่คณะ พระเณรออกเดินทางมุ่งตรงไปยังนครเวียงจันทน์ วันนั้นเดินได้ประมาณ ๕ กม. ก็บังเอิญมีรถยนต์ผ่านมา คนขับได้จอดรถแล้วลงมาถามว่า "พระคุณเจ้าจะเดินทางไปที่ไหน ไม่ทราบ" หลวงปู่ตอบว่า "อาตมาและคณะมีความประสงค์ที่จะเดิน ทางไปยังนครเวียงจันทน์"

เจ้าของรถคันนั้นจึงได้กราบอาราธนานิมนต์ไห้ขึ้นรถ เพราะว่ากำลังจะไปนครเวียงจันทน์พอดีจึงนับว่าเป็นโชคของคณะเป็นอย่างยิ่ง ท่านจึงได้สั่งให้นำบริขารขึ้นรถ เมื่อรถวิ่งไปถึงนครเวียงจันทน์แล้ว หลวงปู่ก็ได้บอกให้ คนขับรถช่วยไปส่งที่ วัดจอมไตร บ้านดงนาซก คนขับก็ช่างมีน้ำใจ ได้นำท่านหลวงปู่และคณะไปถึงยังวัดจอมไตรด้วยความเรียบร้อยเป็นอย่างดี


เมื่อไปถึงวัดจอมไตรแล้ว ก็ได้มีพระเจ้าของถิ่นออกมาให้การต้อนรับเป็นอย่างดี แต่แปลกว่าพระที่วัดนี้มีแต่หลวงพ่อหลวงตาอายุมากๆ กันทั้งนั้น และได้เข้าไปกราบ ท่านพระอาจารย์อ่อนสี นาหิโย ซึ่งเป็นเจ้าอาวาส เสร็จแล้วจึงแยก ย้ายกันไปสู่ที่พักที่ทางเจ้าอาวาสสั่งให้สามเณรพาไปส่ง วัดจอมโตรเป็นวัดคณะธรรมยุตที่มีชื่อเสียงในประเทศลาว แต่มีพระเณรไม่มากนัก มี หลวงพ่อลิด-หลวงพ่อลา-หลวงพ่อหอม- หลวงพ่อคิ้ม และสามเณรอีก ๔-๕ องค์เท่านั้น

ในระหว่างนั้นท่านพระอาจารย์อ่อนสี ได้อาพาธเป็นวัณโรคชนิดร้ายแรง อยู่ในระหว่างอันตราย หลวงปู่จึงได้มีโอกาสช่วยรักษา พยาบาลบางครั้งก็ต้องข้ามกลับมาซื้อยาที่กรุงเทพฯ นำไปรักษา แต่อาการก็ไม่ทุเลาลงเพราะอยู่ในขั้นหนักมากแล้วหลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย ก็ได้ให้การดูแลรักษาพยาบาลเป็นอย่างดีจนถึงที่สุด ท่านพระอาจารย์อ่อนสี ก็ได้มรณภาพในเวลาต่อมา คือในปี พ.ศ. ๒๔๙๙


บรรดาพระภิกษุสามเณร และญาติโยมชาวบ้าน ตลอดทั้งบุคคลชั้นนำของประเทศลาวก็ได้มีมติให้หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย เป็นประธานดำเนินงานจัดการเรื่องศพของท่านพระอาจารย์อ่อนสี เมื่อได้จัดบำเพ็ญกุศลตามประเพณี พอสมควรแก่เวลาแล้ว จึงได้จัดงานถวายเพลิงศพอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นงานที่ยิ่งใหญ่และสมเกียรติที่สุด


เมื่อได้จัดการถวายเพลิงศพท่านพระอาจารย์อ่อนสี เสร็จเรียบร้อยลงแล้ว หลวงปู่ก็ตั้งใจว่าจะนำพาหมู่คณะไปหา สถานที่บำเพ็ญตามสถานที่วิเวกในเมืองลาวนั้นไปเรื่อยๆ แต่ พอพระภิกษุสามเณรและประชาชนชาวบ้านได้ทราบว่าหลวงปู่จะเดินทางต่อ จึงได้พร้อมใจกันมาขออาราธนานิมนต์ให้ท่านได้เป็นประธานบริหารวัดจอมโตร และคณะสงฆ์ธรรมยุตทั้งหมดในประเทศลาว แทน

ท่านพระอาจารย์อ่อนสี เพราะว่าคณะสงฆ์และประชาชนมีความเลี่อมใสศรัทธาต่อข้อวัตรปฏิบัติ และพอใจในความรู้ความสามารถของหลวงปู่เป็นอย่างยิ่ง หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย พร้อมด้วยคณะของท่านจึงได้อยู่ที่วัด จอมไตรเพื่อฉลองศรัทธาพระภิกษุสามเณรและประชาชนต่อมาอีกระยะหนึ่ง

ในระหว่างนั้นก็ได้นำพาพัฒนาก่อสร้างถาวร วัตถุไว้ที่วัดจอมไตรเป็นจำนวนมาก เช่น ได้สร้างอุโบสถ ๑ หลัง ศาลาการเปรียญ ๑ หลัง กุฏิคอนกรีตอีกหลายหลัง และก็ได้ สร้างส้วมซึม ๑๐ กว่าห้อง ได้เปลี่ยนจากระบบส้วมป่อยตาม วัดต่างๆ ในประเทศลาวให้มาใช้ส้วมซึมทั้งหมด ซึ่งเป็นการ พัฒนาด้านสุขอนามัยของวัดและบ้านให้เหมาะสมและถูกต้อง ด้วยประการทั้งปวง